วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เศรษฐกิจฟื้น-หั่นภาษีหนุนเบี้ยปีหน้าโต24%

จัดทำบทความโดย
นายอิทธิวัฒน์ เศรษฐเวคิน
เลขทะเบียน 5001208063

คปภ.ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมปีหน้าโต 24% ผลเศรษฐกิจฟื้น-คลังช่วยหนุนประกันสุขภาพ

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ. ได้ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมเบี้ยประกันภัยทั้งระบบในปี 2553 จำนวน 4.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จะส่งผลให้เบี้ยประกันภัยต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นเป็น 5% ภายในปี 2554 จากปี 2552 จะอยู่ที่ 4.1% ถึง 4.2%
ทั้งนี้ มีปัจจัยหลายอย่างเอื้ออำนวย โดยเฉพาะมาตรการด้านภาษี ที่คาดว่าจะได้รับการพิจารณาจากกระทรวงการคลัง เพื่อกระตุ้นการออมในภาคประชาชนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวอัตราการเติบโตเป็นบวกประมาณ 3% ทำให้การปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น จะกระตุ้นให้เบี้ยประกันสินเชื่อ หรือมอร์เกจโลนซึ่งเป็นเบี้ยประเภทชำระครั้งเดียวเพิ่มมากขึ้น และประกันอัคคีภัยเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันสำนักวิจัยหลายแห่งยังมีการประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดออกมาในแนวทางเดียวกันว่าจะยังทรงตัวอยู่ในช่วง 6เดือนแรก ซึ่งจะทำให้ประชาชนหันมาออมผ่านประกันชีวิตมากขึ้น เพราะได้ผลตอบแทนที่จูงใจกว่า

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า คปภ.ได้ให้นโยบาย แผนงาน และแนวทางในการขยายให้ประชาชนมีหลักประกันให้มากขึ้นในเชิงรุก เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับแบบประกันต่างๆ สร้างความรับรู้ถึงสิทธิประโยชน์ ที่สำคัญได้ขอความอนุเคราะห์ด้านภาษีจากกระทรวงการคลัง การประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง และประกันชดเชยรายได้ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการระดมเงินออมของประเทศ ในการนำไปส่งเสริมเศรษฐกิจ เช่น เบี้ยประกันที่ได้มาจะนำไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และภาครัฐยังเก็บภาษีจากบริษัทประกันภัยได้เพิ่มขึ้นด้วย

“ต้องใช้มาตรการด้านภาษีเข้ามากระตุ้นให้เกิดการออมควบคู่กับการให้ความรู้แก่ประชาชน เหมือนกับภาคการเกษตรที่เรายังมีการประกันราคาสินค้าเกษตร” นาย จีรพันธ์ กล่าว

แหล่งที่มา http://www.posttoday.com วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

คำถาม
ข้อที่ 1 คปภ. ได้ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมเบี้ยประกันภัยทั้งระบบในปี 2553 จำนวนเท่าไร
-
ข้อที่ 2 คปภ. ย่อมาจาก
-
ข้อที่ 3 คปภ.ได้ให้นโยบาย แผนงาน และแนวทางในการขยายให้ประชาชนมีหลักประกันให้มากขึ้นในเชิงรุก แผนงานและแนวทางใดบ้าง
-

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ดอกเบี้ยขึ้นปีหน้า0.75-1%

จัดทำบทความโดย
นาย อิทธิวัฒน์ เศรษฐเวคิน
เลขทะเบียน 5001208063
“กรุงไทย” ประเมินปีหน้าดอกเบี้ยในตลาดเงินฝาก- กู้ขยับขึ้น 0.75-1.0% สินเชื่อขยายตัวได้ 6-7%
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ในปีหน้าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากของระบบธนาคารพาณิชย์จะขยับขึ้นรวม 0.75-1.0% เพราะคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับขึ้นไม่น้อยกว่า 0.75-1% จากระดับปัจจุบัน 1.25%
ทั้งนี้ สถานการณ์ในปีหน้าเราคงจะไม่เห็นดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับนี้อีกแล้ว เมื่อธปท.ขึ้นดอกเบี้ยก็ทำให้ดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ต้องปรับขึ้นล้อตามกันไปในสัดส่วนใกล้เคียงกัน เนื่องจากคาดว่าต้นปีหน้าเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% กว่า
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทิศทางการขอสินเชื่อเริ่มดีขึ้น โดยไตรมาส 3 รายการที่เกี่ยวข้องกับการขอสินเชื่อของธนาคารมีจำนวนเพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาส 2 ลดลง 20% และไตรมาสแรกลดลง 40% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนภาพว่าลูกค้าเริ่มหันมาขอกู้มากขึ้น
ประธานสมาคมธนาคารไทยได้คาดการณ์ว่า สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบจะเติบโตประมาณ 6-7% ด้วย เพราะสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ขึ้นกับเศรษฐกิจเป็นหลัก
นายอภิศักดิ์ เชื่อว่าเศรษฐกิจปีหน้าแม้จะดีกว่าปีนี้ แต่จะไม่ดีเร็วกว่าที่คิด เศรษฐกิจจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้เวลาพอควรกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นกลับมาที่เก่า เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกยังไม่ดี ซึ่งเศรษฐกิจจะดีได้ สถาบันการเงินต้องดีก่อน

สำหรับแผนธุรกิจปีหน้าของธนาคารกรุงไทยประเมินว่าจะขยายสินเชื่อสุทธิ 6-7 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 6-7% เนื่องจากธนาคารคาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีหน้าจะขยายตัวมากกว่า 3% ฉะนั้นสินเชื่อของธนาคารจะเติบโตเป็น 2 เท่าของจีดีพี
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า สินเชื่อในโครงการไทยเข้มแข็งจะเป็นตัวผลักดันให้สินเชื่อเติบโตได้ตามเป้าหมาย นำโดยอุตสาหกรรมก่อสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับภาครัฐของธนาคารจึงไปได้ดี ซึ่งขณะนี้ธนาคารก็เริ่มอนุมัติให้วงเงินสินเชื่อแล้ว จะเห็นการเบิกใช้จริง ปีหน้า
กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งที่เป็นห่วงเพิ่มคือ เริ่มเห็นนักลงทุนใช้วิธีแครีเทรด โดยกู้เงินเหรียญสหรัฐเนื่องจากดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้ผลตอบแทนสูง ซึ่งหากมีการกู้เงินสหรัฐเพื่อนำไปแครีเทรดจำนวนมาก โลก ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิด ฟองสบู่ และปัญหาจะลามทั่วโลก
แหล่งข่าวธนาคารไทยพาณิชย์เปิดเผยว่า ปีหน้าดอกเบี้ยขึ้นแน่ซึ่งอาจจะสูงกว่า 1.50% ดังนั้นคนที่กู้เงินซื้อบ้านหรือต้องการขยายการลงทุนควรหาทางรับมือ

แหล่งที่มา htpp://www.posttoday.com วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

คำถาม

ข้อที่ 1 คุณคิดยังไงกับดอกเบี้ยที่กำลังจะขึ้นปีหน้า

-

ข้อที่ 2 ธปท.คาดการณ์ไว้ว่าสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์จะเติบโตขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ และเพราะเหตุใด

-

ข้อที่ 3 สิ่งใดที่กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทยกำลังเป็นห่วงอยู่

-